สื่อโฆษณา

การทำ A/B Testing ใน สื่อโฆษณา ดิจิตอลมีข้อดีอย่างไร

สื่อโฆษณา ดิจิตอลมีข้อดีอย่างไร การทำ A/B Testingในยุคนี้ Digital marketing คือ ช่องทางการทำการตลาดออนไลน์ที่ทุกองค์กรต้องเรียนรู้ ปรับตัว และให้ความสำคัญ เนื่องจากเป็นสื่อที่สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ และเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าถึงและส่งต่อข้อมูลผ่านทางสมาร์ทโฟน รวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นแท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่สมาร์ททีวี

หนึ่งในรูปแบบของ Digital marketing คือ SEO ซึ่ง Seo คือ การปรับแต่งหน้าเว็บไซต์เพื่อให้ Search Engine สามารถค้นหาเว็บหรือหน้าโซเชียลเพจของเราขึ้นมาได้ในอันดับต้น ๆ ซึ่งถือเป็นรูปแบบของการทำสื่อโฆษณาผ่านทาง Digital ซึ่งได้รับความนิยมกันเป็นอย่างมาก สำหรับใครที่กำลังศึกษาการทำ SEO เพื่อปรับแต่งเว็บไซต์ให้เหมาะสมกับการทำตลาดออนไลน์ วันนี้เราได้นำเทคนิคของการทำ A/B Testing หรือที่เรียกว่า Split Test ซึ่งเป็นการทดสอบรูปแบบขององค์ประกอบต่าง ๆ บนหน้าเว็บไซต์เพื่อให้ได้รูปแบบของผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ตัวอย่างเช่น การเลือกใช้สีของปุ่มกดเลือกสินค้าเพื่อหาเปอร์เซ็นต์ที่ทำให้ผู้ใช้เลือกคลิกสินค้ามากขึ้น เป็นต้น

โดย A/B Testing มีขั้นตอนในการทำ ดังนี้

1. กำหนด Business Objective ให้ชัดเจน เพื่อนำไปสู่ KPI ซึ่งกำหนดหลักในการวัดผลที่เรียกว่า Target Metric ได้อย่างถูกต้อง ทำให้การทดสอบสามารถบอกได้ว่าผลลัพธ์แบบไหนเป็นผลลัพธ์ที่เหมาะสมและดีที่สุดต่อธุรกิจ

2. การรวบรวมข้อมูล ด้วยวิธีการต่าง ๆ ได้แก่ การสำรวจความต้องการของลูกค้า, การทำ Focus Group, การทำแบบสำรวจออนไลน์, การทำ Usability test และการใช้เครื่องมืออื่น ๆ ช่วยในการเก็บข้อมูล เช่น Web Analysis tools และ Mouse Tracking tools เป็นต้น

3. การตั้งสมมติฐานหรือที่เรียกว่า Hypothesis จากข้อมูลที่เก็บรวบรวมมา โดยการตั้งสมมติฐานต้องประกอบไปด้วยองค์ประกอบ 3 ส่วน

       – ต้องเป็นสมมติฐานที่สามารถทดสอบได้

       – ต้องเป็นการตั้งสมมติฐานที่สามารถแก้ปัญหาและตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานได้

       – ผลลัพธ์ที่ได้จากการตั้งสมมติฐานต้องให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์

4. มีการจัดความสำคัญก่อนหลังในการทำแบบทดสอบในกรณีที่มีการตั้งสมมติฐานจำนวนมาก เพื่อเลือกสมมติฐานที่มีประโยชน์ต่อธุรกิจในการทดสอบ และคัดเลือกสมมติฐานที่ไม่มีประโยชน์หรือไม่มีความจำเป็นออกไป

5. ออกแบบการทดสอบ รวมถึงกำหนดกลุ่มเป้าหมายให้เหมาะสมกับการทดสอบและสมมติฐานที่ตั้งขึ้นมากที่สุด

6. ทำการทดสอบตามรูปแบบที่ได้กำหนดไว้ โดยส่วนใหญ่ A/B Testing จะมีเครื่องมือที่เป็นตัวช่วยในการคำนวณจำนวนและเวลาของการทดสอบ

7. ขั้นตอนสุดท้ายคือขั้นตอนการวิเคราะห์ผลลัพธ์ที่ได้จากการทดสอบว่ามีความถูกต้องและเป็นประโยชน์ในการปรับรูปแบบของหน้าตาเว็บไซต์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางด้านธุรกิจมากน้อยแค่ไหน เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและพัฒนา เพิ่มฐานลูกค้า และส่วนแบ่งตลาดได้มากยิ่งขึ้น

A/B Testing จึงถือเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนกลยุทธ์ในการทำ Digital Marketing ที่มีความน่าสนใจ และมีความจำเป็นอย่างมากในการปรับปรุงธุรกิจออนไลน์ในยุคปัจจุบัน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *