รวมสุดยอดเทคโนโลยี นวัตกรรม สำหรับคอนโดในเมือง เพื่อคนสาย Work Hard

Written by | Advertising

สำหรับคนทำงานสาย Work Hard การทำบ้านหรือคอนโดให้พรั่งพร้อมไปด้วยอุปกรณ์อัจฉริยะที่เชื่อมต่อกันได้ง่ายๆ เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะนั่นหมายความว่า ในระหว่างที่คุณกำลังนั่งทำงานชิลล์ๆ บนโซฟา มีเหตุต้องให้เดินไปเปิดไฟ หรือต้องเปิดประตูคอนโดให้กับคนรักที่เพิ่งกลับมาถึง คุณก็สามารถทำได้ง่ายๆ แถมการทำงานของคุณยังไม่หยุดชะงัก เดินหน้าต่อไปได้อย่างลื่นไหล และสะดวกในทุกที่ ทุกเวลา เราอาจเรียกบ้านเหล่านี้ว่า บ้านอัจฉริยะ แต่ในบ้านอัจฉริยะควรจะมีอะไรบ้างล่ะ ? วันนี้เราจีงรวบรวมเทคโนโลยี นวัตกรรมที่ควรมีในคอนโดเมือง ในแบบฉบับ Smart Home เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ดังกล่าวมาฝากกัน


บ้านอัจฉริยะ

บ้านอัจฉริยะหรือสมาร์ทโฮม ทุกวันนี้ไม่ใช่แค่เรื่องในจินตนาการ เพียงแค่มีสมาร์ทโฟนอย่าง S8 กับ iPhone 7 ก็สามารถควบคุมอุปกรณ์ไอที ตลอดจนเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ภายในบ้านของเราได้ อย่าง iPhone 7 ก็สามารถควบคุมสมาร์ทดีไวซ์ได้หลากหลาย ขอเพียงมีแอปพลิเคชั่น Home ของแอปเปิ้ลเท่านั้น ก็ควบคุมการทำงานกับแพลตฟอร์ม HomeKit ได้ ทั้งการเปิด-ปิดไฟ ม่าน โทรทัศน์ วิทยุ ลำโพง เครื่องเสียง ไมโครเวฟ และเครื่องซักผ้า ฯลฯ ด้านความบันเทิงภายในบ้าน คุณก็สามารถเรียกดูหนัง ละคร ซีรี่ย์ ตลอดจนรายการโทรทัศน์ต่างๆ ได้ทันที เพราะ iPhone 7 และ S8 ได้แปลงร่างเป็นรีโมทคอนโทรลเรียบร้อยแล้ว

ตัวอย่างโครงการคอนโดมิเนียมยุคใหม่ที่มาพร้อมกับ Smart Facility แบบครบครัน แสดงถึงความใส่ใจในไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ Work Hard ก็คือ โอกะ เฮาส์ สุขุมวิท 36 คอนโดท่ามกลางธรรมชาติสไตล์รีสอร์ทจากแสนสิริ ที่เดินทางเพียง 5 นาทีจากบีทีเอสทองหล่อ โดยโอกะ เฮาส์ คัดสรรระบบอัจฉริยะมาให้บริการลูกบ้านมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนพื้นที่ส่วนกลางให้กลายเป็นพื้นที่ส่วนตัว กับระบบการจองพื้นที่ส่วนกลางผ่านมือถือพร้อมระบบการเเจ้งเตือนเมื่อถึงเวลาการจอง นอกจากนั้นยังไม่ต้องเร่งรีบกลับมาให้ทันเวลาทำการของนิติบุคคลเพราะสามารถรับพัสดุได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมรับการเเจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชั่น และปลดล็อกด้วยคิวอาร์โค้ด ส่วนเรื่องความปลอดภัยก็หายห่วง เพราะเปิดประตูรับเพื่อนหรือคนสนิทแบบไม่ต้องก้าวออกจากห้อง แต่ทำเเค่ส่งคิวอาร์โค้ด เพื่อปลดล็อกประตู รวมถึงการอำนวยความสะดวกสบายให้กับชีวิตอีกระดับด้วยระบบควบคุมการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในห้องเเม้ตัวจะไม่ได้อยู่ในห้องผ่านแอปพลิเคชั่น เพื่อเป็นการเตรียมห้องให้พร้อมต้อนรับการกลับคอนโดของคุณ หากคุณสนใจสามารถคลิกได้ที่นี่ https://www.sansiri.com/condominium/oka-haus/th/

เท่านั้นยังไม่พอ ในยุคปัจจุบันที่อยู่อาศัยยุคใหม่ยังล้ำหน้าไปอีกขั้นด้วยการมีผู้ช่วยคนสำคัญอย่าง ‘หุ่นยนต์น้องแสนดี’ ที่คอนโดฯ ชั้นนำอย่างจากแสนสิริ เดอะ โมนูเมนต์ สนามเป้า และ เดอะ ไลน์ สาทร นำเจ้า ‘น้องแสนดี’ Sansiri Delivery Bot มาให้บริการลูกบ้าน นับเป็นหุ่นยนต์เดลิเวอรี่รายแรกของเอเชียที่ให้บริการในโครงการที่อยู่อาศัย โดยจะรับผิดชอบในการส่งของ พัสดุต่างๆ ให้กับลูกบ้านถึงหน้าห้อง ไม่ต้องเสียเวลาไปรับที่นิติบุคคล โดยมันสามารถปฏิบัติงานได้คล่องแคล่วด้วยตัวเอง เพราะมีระบบเซ็นเซอร์รอบตัว จึงสามารถหลบหลีกสิ่งกีดขวาง ขึ้น-ลงอาคารโดยใช้ลิฟท์โดยสารผ่าน WIFI ได้ด้วยตัวเอง โดยใช้เวลาในการส่งประมาณ 5-10 นาที และยังส่งของได้ 3 ห้องภายในหนึ่งเที่ยว สามารถทำงานต่อเนื่องได้นานถึง 10 ชั่วโมง และเมื่อทำงานเสร็จจะกลับมาชาร์จไฟด้วยตัวเอง

เห็นไหมละว่าในยุคปัจจุบันมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีสำหรับคอนโดในเมืองเจ๋ง ๆ มากมาย ที่ช่วยคนสาย Work Hard สามารถพักผ่อนได้อย่างแท้จริง แต่ก็ยังมีเทคโนโลยีดีๆ อีกเยอะที่เปลี่ยนบ้านหรือคอนโดในยุคปัจจุบันให้เป็นบ้านและคอนโดอัจฉริยะอย่างแท้จริง แต่นอกจากนวัตกรรมที่ได้กล่าวมาแล้ว จะมีเทคโนโลยีหรืออุปกรณ์อะไรเจ๋งๆ อีกบ้าง ไม่ต้องรอช้า ไปดูกันเลยดีกว่า


8 สุดยอดอุปกรณ์สมองกลเพื่อ บ้านอัจฉริยะ ที่สมบูรณ์แบบ

1. ปลั๊กไฟ Elgato Eve Energy ใช้งานได้กับ Homekit และ Siri ที่ควบคุมการเปิดปิดด้วยเสียง และรองรับการใช้งานรีโมทคอนโทรล สามารถรายงานปริมาณการใช้ไฟฟ้าให้ทราบผ่านกราฟที่สวยงาม ทั้งแบบรายวัน รายเดือน และรายปี เพื่อนำข้อมูลไปปรับพฤติกรรมการใช้พลังงานไฟฟ้าภายในบ้านให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เชื่อมต่อผ่านบลูทูธ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับไวไฟ ทำให้ไม่ต้องทำงานรบกวนกับดีไวซ์ที่ใช้ไวไฟอื่นๆ ราคาชิ้นละ 60 ดอลล่าร์สหรัฐฯ(ราว 1,990 บาท)

2. หลอดไฟ ขึ้นชื่อลือชาที่สุดเห็นจะเป็น Philips Hue ที่มีมากถึง 16 ล้านเฉดสี เพื่อสร้างบรรยากาศอันสุนทรีย์ให้กับห้องต่างๆ ภายในบ้านของคุณ และเพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพในการทำกิจกรรมต่างๆ ด้วย เช่น แสงแดดอ่อนๆยามเช้าที่เหมาะกับการปลุกให้คุณตื่นโดยธรรมชาติ เฉดสีที่ช่วยให้คุณรู้สึกกระปรี้กระเปร่า เฉดสีที่ช่วยในการอ่านหนังสืออย่างสบายตา ตลอดจนเฉดสีที่ช่วยให้คุณผ่อนคลายและหลับสบาย เป็นต้นเชื่อมต่อแบบไร้สาย ง่ายต่อการควบคุมไฟทั่วทั้งบ้านจากทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการสั่งการในขณะที่คุณอยู่ในห้องนอน หรือสวนหลังบ้าน หนึ่งชุดมี 4 หลอด ราคา 199 ดอลล่าร์สหรัฐฯ (ราว 6,590 บาท)

3. สวิตช์ iDevices Wall Switch บอกลาสวิตช์ติดผนังแบบเดิมๆ ไปได้เลย เมื่อคุณมีสวิตช์ติดผนังที่เชื่อมต่อผ่านไวไฟ มาพร้อมกับดีไซน์เรียบหรู ดูดี ติดตั้งง่าย ควบคุมด้วยเสียงและรีโมทคอนโทรล เลือกเฉดสีและแสงได้ตามใจ พร้อมตั้งค่าสั่งการให้เปิด-ปิด หลอดไฟ โคมไฟ ตลอดจนพัดลมภายในและภายนอกบ้านได้ตามตารางที่กำหนดไว้ ทั้งยังประหยัดพลังงานกว่าเคย เริ่มต้นราคา 99.95 ดอลล่าร์สหรัฐฯ (ราว 3,310บาท)

4. เครื่องปรับอุณหภูมิ พระเอกในอุปกรณ์อัจฉริยะประจำบ้านกลุ่มนี้ คือ Nest Thermostat จาก Google ที่วางจำหน่ายเป็นรายแรกในตลาด เริ่มต้นด้วยการตั้งค่าอุณหภูมิภายในบ้านที่คุณชอบ จากนั้นเครื่องนี้ก็จะทำงานจดจดอิริยาบถและความเคลื่อนไหวต่างของคุณที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ภายในบ้าน ราคา และปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา 249 ดอลล่าร์สหรัฐฯ (ราว 8,250 บาท)

5. หน้าต่างและม่านบังแดด PowerView Hub ช่วยควบคุมการเปิด-ปิดหน้าต่างและม่านบังแดดผ่านสมาร์ทโฟน โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินไปปิดเอง ไม่ว่าจะเลือกปิดเฉพาะบางห้อง หรือทุกห้องก็ตาม การควบคุมยังสะดวก ทำจากที่ใดก็ได้ พร้อมทั้งปรับระดับการเปิดรับแสงของของม่านบังแดดได้ตามการใช้งานที่ต้องการ แต่ต้องใช้ควบคู่กับม่านบังแดดของ Hunter Douglas ซึ่งเป็นผู้ผลิตเจ้าเดียวกับแอปพลิเคชั่นนี้เท่านั้น เพื่อลดการสูญเสียพลังงานภายในบ้านที่อาจเกิดขึ้นมากถึง 50% จากทางหน้าต่าง จำหน่ายในราคาประมาณ 200 ดอลล่าร์สหรัฐฯ (ราว 6,625 บาท)

6. พัดลม Hunter Apache-54” Ceiling Fan เป็นพัดลมเพดานแสนฉลาด โดดเด่นด้วยดีไซน์สวยงาม สะดุดตา แม้จะให้ความเย็นและลมที่แรง แต่ก็ทำงานด้วยเสียงที่เบามาก ดวงไฟที่ติดมาสามารถเปิด-ปิด และหรี่แสง ผ่านได้แอปพลิเคชั่นได้เช่นกัน จำหน่ายในราคา 399ดอลล่าร์สหรัฐฯ (ราว 13,215 บาท)

7. เครื่องดูดฝุ่น เพื่อให้วันหยุดเป็นวันพักผ่อนอย่างแท้จริง หรือสะสางงานที่คั่งค้างอยู่ให้แล้วเสร็จ แทนที่คุณจะต้องเผื่อเวลาทำความสะอาดห้องพัก ก็เลือกสั่งการให้เครื่องดูดฝุ่นอัจฉริยะ Dyson 360 Eye เป็นแม่บ้านแทนสุดเนี้ยบแทนด้วยพลังดูดที่ทรงประสิทธิภาพมากกว่าเครื่องดูดฝุ่นทั่วไปถึง 2 เท่า เคลื่อนไหวได้รอบทิศทาง ราบรื่นตลอดการทำงาน แม้บนพื้นผิวที่แตกต่าง ตั้งตารางการทำงานผ่านแอปพลิเคชั่น และสั่งงานด้วยเสียงได้ จำหน่ายในราคา 999.99 ดอลล่าร์สหรัฐฯ (ราว 33,110บาท)

8. ระบบความปลอดภัย Honeywell Lyric Controller เป็นแผงควบคุมความปลอดภัยประจำบ้าน ควบคุมแบบไร้สาย ผ่านทัชสกรีนหรือเสียง ที่แม้อุปกรณ์อัจฉริยะนี้จะมีหน้าจอขนาดเล็กเพียง 7 นิ้ว แต่ก็สามารถทำงานได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งควบคุมกล้องวงจรปิด ก๊อกน้ำ เปิดไฟอัตโนมัติเมื่อพระอาทิตย์ตกติด และปิดไฟอัตโนมัติเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นในเช้าวันใหม่ ล็อคประตู หน้าต่างบ้าน และระบบรักษาความปลอดภัยอื่น ๆ เช่น จับภาพนิ่งและวิดีโอรายงานเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในบ้านได้ ขณะที่คุณอยู่ข้างนอก โดยทั้งหมดสามารถสั่งงานแยกส่วนหรือพร้อมกันก็ได้ ด้วยความชาญฉลาดและถูกออกแบบมาให้ทำงานอย่างรัดกุมแบบนี้จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าจะมีสนนราคาค่าตัวอยู่ที่ราว 275 ดอลล่าร์สหรัฐฯ (ราว 9,100 บาท)

นอกจากนี้ยังมี Logitech Circle 2 กล้องวงจรปิดไร้สายที่เชื่อมต่อกับระบบภายในบ้านผ่านไวไฟ ใครเข้า ใครออก หรือทำอะไร รู้หมด และเมื่อเกิดเหตุด่วนเหตุร้ายใด หรือกล้องตรวจพบวัตถุต้องสงสัย ก็สามารถแจ้งข้อมูลที่บันทึกไว้ พร้อมภาพที่คมชัดในมุมมอง 180 องศา แม้ในยามค่ำคืนส่งตรงไปยังสถานีตำรวจในพื้นที่ได้ทันที จะติดตั้งข้างใน หรือข้างนอกก็ได้ เพราะทนแดด ทนฝน ทนหิมะ ช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าแม้คุณจะไม่อยู่บ้านหรือเดินทางไปไหนไกลๆ นานๆ ก็จะมียามอัจฉริยะเฝ้าระวังและตรวจตราความปลอดภัยภายในบ้านให้คุณได้เป็นอย่างดี จำหน่ายในราคา 179.99-199.99 ดอลล่าร์สหรัฐฯ (ราว 5,960-6,620 บาท)


เทคโนโลยีและนวัตกรรมสุดล้ำต่างๆ ที่กล่าวมา เป็นเพียงแค่บางส่วนของความน่าทึ่งของบ้านอัจฉริยะและคอนโดอัจฉริิยะ เท่านั้น จะเห็นได้เลยว่าเทคโนโลยีต่างๆ เหล่านี้ ทำให้การใช้ชีวิตและการพักผ่อนของคนสาย Work Hard เป็นไปเหมือนในฝัน บอกเลยว่าใครที่มีบ้านหรือคอนโดอัจฉริยะที่มีนวัตกรรมเหล่านี้ ใครๆ ก็ต้องรู้สึกอิจฉาอย่างแน่นอน

 

ขอรายละเอียดโครงการโอกะ เฮาส์

Last modified: 13 November 2017

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *